<?xml version='1.0' encoding='UTF-8'?><?xml-stylesheet href="http://www.blogger.com/styles/atom.css" type="text/css"?><feed xmlns='http://www.w3.org/2005/Atom' xmlns:openSearch='http://a9.com/-/spec/opensearchrss/1.0/' xmlns:georss='http://www.georss.org/georss' xmlns:gd='http://schemas.google.com/g/2005' xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'><id>tag:blogger.com,1999:blog-8742902793923485247</id><updated>2011-08-03T23:38:14.472+07:00</updated><category term='ปลาหมอสี'/><category term='การเลี้ยงปลาหมอสี'/><title type='text'>ปลาหมอสี</title><subtitle type='html'>ปลาหมอสี,การเลี้ยงปลาหมอสีเพื่อความสวยงาม,การเลี้ยงปลาหมอสีเพื่อการค้า,ปลาหมอสีที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน</subtitle><link rel='http://schemas.google.com/g/2005#feed' type='application/atom+xml' href='http://xn--s3cmlvdn6a2a.blogspot.com/feeds/posts/default'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8742902793923485247/posts/default?max-results=100'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://xn--s3cmlvdn6a2a.blogspot.com/'/><link rel='hub' href='http://pubsubhubbub.appspot.com/'/><author><name>Sangsood7</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11749660460202690354</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='http://2.bp.blogspot.com/_iffXM8pHsuE/SmxIaaOuA7I/AAAAAAAAALA/-2L2AnJLpac/S220/avatar.jpg'/></author><generator version='7.00' uri='http://www.blogger.com'>Blogger</generator><openSearch:totalResults>4</openSearch:totalResults><openSearch:startIndex>1</openSearch:startIndex><openSearch:itemsPerPage>100</openSearch:itemsPerPage><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8742902793923485247.post-1815930990682354507</id><published>2009-12-31T07:18:00.001+07:00</published><updated>2009-12-31T07:18:00.377+07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ปลาหมอสี'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='การเลี้ยงปลาหมอสี'/><title type='text'>การเพาะเลี้ยงปลาหมอสี</title><content type='html'>ปลาหมอสีเป็นปลาสวยงามอีกกลุ่มหนึ่ง ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างอบอุ่น จากนักเลี้ยงปลาทั้งมืออาชีพและมือสมัครเล่นเป็นงานอดิเรกถึงแม้ว่าปลากลุ่มนั้นส่วนใหญ่เป็นปลานำเข้าจากทวีปแอฟริกา ทวีปอเมริกาใต้และกลุ่มประเทศอเมริกากลาง จัดอยู่ในวงศ์ชิลคลิดี การแพร่กระจายของปลาวงศ์นี้ขึ้นอยู่กับความแตกต่างของสิ่งแวดล้อมดังเช่น ลักษณะภูมิประเทศประกอบด้วยทะเลสาบ แม่น้ำลำธาร หนองบึง จึงส่งผลให้ปลามีความหลากหลายทั้งชนิด สายพันธุ์ รูปร่าง และการดำรงชีวิต ซึ่งมีทั้งปลาบริโภคและปลาสวยงาม ได้แก่ ปลานิล ปลาหมอเทศ ปลาปอมปาดัวร์ ปลาเทวดา ปลาออสการ์ ฯลฯ ปลาเหล่านี้สามารถปรับตัวได้ดี จัดเป็นปลาเลี้ยงง่าย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แหล่งกำเนิดปลาหมอสี&lt;br /&gt;มาลาวี เป็นทะเลสาบน้ำจืดในทวีปแอฟริกา มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 9 ของโลก พื้นที่ชายฝั่งส่วนใหญ่เป็นหาดทรายหรือทรายเลนที่มีวัชพืชขึ้นปกคลุม หาดทรายจะอยู่สลับกับชายฝั่งที่เป็นโขดหิน มีความโปร่งใสของน้ำติดอันดับโลก ค่าความเป็นกรดเป็นด่างอยู่ระหว่าง 7.8 - 8.5 มีปลาประมาณ 500 ชนิด ปลาที่อาศัยอยู่ในบริเวณดังกล่าวไม่มีการอพยพย้ายถิ่นที่อยู่ จากสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมือนกัน ทำให้แพทเทิร์นของสีปลาแตกต่างกันจึงส่งผลให้มีประชากรหลากหลาย เช่น ปลาหมอมาลาวีสีน้ำเงิน จะมีสีน้ำเงินล้วน น้ำเงินปนเหลืองจนถึงเหลืองล้วนทั้งตัว ปลาหมอสีในทะเลสาบมาลาวีมีหลายกลุ่ม เช่น กลุ่มนอนเอ็มบูนา มีประมาณ 250 ชนิด 38 สกุล การจำแนกสกุลโดยใช้แพทเทิร์นของเมลานิน (เม็ดสีประเภทสีดำที่อยู่ในผิวหนังของปลา) เป็นหลัก ความยาวโดยเฉลี่ย 15 เซนติเมตร เช่น ปลาหมอคริสตี้ ปลาหมอมาลาวีเหลือง ปลาหมอมาลาวีน้ำเงินคอแดง ปลาหมอมาลาวีน้ำเงิน ปลาหมอรอสตราตัส ปลาหมออิเล็กทริกบลู เป็นต้น&lt;br /&gt;กลุ่มเอ็มบูนา มี 250 ชนิด 10 สกุล การจำแนกสกุลใช้ลักษณะของฟันเป็นหลัก เป็นปลาที่มีสีสวยสะดุดตาความยาว 10-12 เซนติเมตร เช่น ปลาหมอกล้วยหอม ปลาอีสเทิร์นบลู ปลาหมอดีมาสัน ปลาหมอลิลลี่&lt;br /&gt; แทนแกนยีกา เป็นทะเลสาบที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 7 และมีความลึกเป็นอันดับสองของโลก ระดับอุณหภูมิสูงประมาณ 26 องศาเซลเซียสเกือบตลอดทั้งปี ความเป็นกรดเป็นด่างจะอยู่ระหว่าง 8.8-9.3 จากระดับน้ำที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วทำให้เกิดการปะปนประชากรปลาในกลุ่มต่าง ๆ และจากการปรับตัวจึงเกิดปลาชนิดใหม่ซึ่งความสามารถดังกล่าวมีเหตุผล 3 ประการคือ&lt;br /&gt;1. ปลาหมอสีอาศัยอยู่ในน้ำจืดได้ดีและสามารถทนต่อน้ำเค็มได้ดี&lt;br /&gt;2. ปลาหมอสีมีอวัยวะพิเศษที่สามารถเก็บกักปริมาณออกซิเจนได้นาน ทำให้ไม่ต้องโผล่ฮุบน้ำบ่อย ๆ และลูกปลาวัยอ่อนสามารถอยู่ในน้ำที่มีออกซิเจนต่ำ&lt;br /&gt;3. ปลาหมอสีมีการดูแลลูก อมไว้ในปากของแม่ปลา ซึ่งเป็นแหล่งที่ปลอดภัยที่สุด ปลาหมอสีที่อาศัยอยู่ในทะเลสาบแทนแกนยีกา เช่น ปลาหมอฟรอนโตซ่า ปลาหมอแซงแซว ปลาหมอดูบอยซี่ ปลาลองจิออร์&lt;br /&gt; วิกตอเรีย เป็นทะเลสาบที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก ภูมิอากาศอยู่ในเขตศูนย์สูตร &lt;br /&gt;มีความลึก 60-100 เมตร ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของปลาในระดับต่าง ๆ ประมาณ 300 ชนิด แต่เนื่องจาก ปี พ.ศ. 2493 และ พ.ศ. 2503 ได้มีการนำปลาสกุลกะพงขาวจากแม่น้ำไนล์ไปปล่อยในทะเลสาบวิกตอเรีย ต่อมาในปี พ.ศ. 2528 ปลากะพงขาวได้ออกลูกหลานแพร่กระจายอย่างรวดเร็วและจับปลาหมอสีวิกตอเรียกินเป็นอาหารหลัก ซึ่งส่งผลให้ปลาหมอวิกตอเรียสูญพันธุ์ไปแล้วกว่า 100 ชนิด สำหรับปลาที่ยังคงมีอยู่ได้แก่ ปลาหมออ๊อบลิคิวเดนซ์ ปลาหมอในเออร์รี ปลาหมอบราวนี&lt;br /&gt; อเมริกากลางและอเมริกาใต้ ปลาหมอสีในภูมิภาคนี้มีรูปร่าง วิถีชีวิตและพฤติกรรมแตกต่างไปจากหมอสีมาลาวี หมอสีแทนแกนยีกา และวิกตอเรีย สำหรับปลาในกลุ่มอเมริกากลาง ได้แก่ ปลาหมอริวูเลตัส ปลาหมอบราซิเบียน ปลาหมอหมอคาพินเต้ หรือกรีนเท็กซัส ปลาหมอฟลามิงโกหรือเรด เดฟเวิล ปลาหมอมาคู ปลาหมอตาแดง&lt;br /&gt;ส่วนปัจจัยที่ทำให้ปลาหมอสีมีสีสันก็คือ สิ่งแวดล้อมปลาจะไม่มีสีฉูดฉาดหากอาศัยอยู่ในที่ซึ่งต้องพรางตัว แต่ในฤดูผสมพันธุ์จะมีสีสันสดใสเพื่อดึงดูดเพศตรงข้ามและประเด็นสำคัญ คือ ตัวเมียต้องสามารถจำตัวผู้ที่จะทำการผสมพันธุ์ว่าเป็นชนิดเดียวกันหรือไม่ ซึ่งเป็นที่มาของการผสมข้ามพันธุ์ อย่างไรก็ตามปัจจัยที่มีผลต่อการเกิดสีสันของปลาตัวผู้นั้นก็คือ ปลาตัวเมียที่เป็นคู่ของมันนั่นเอง&lt;br /&gt;         เกี่ยวกับแหล่งกำเนิดปลาหมอสีนั้น คุณสมโภชน์ อัคคะทวีวัฒน์ ผู้เชี่ยวชาญด้านอนุกรมวิธานสัตว์น้ำ กรมประมง ได้กล่าวไว้ในหนังสืออนุกรมวิธานปลาหมอสีในประเทศไทยและได้ฝากบอกมายังท่านสมาชิกวารสารอีกว่า ก่อนตัดสินใจเลี้ยงปลาหมอสีจะต้องศึกษาข้อมูลหลายประการ เนื่องจากการเลี้ยงปลาสวยงามเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ เช่น ชนิดของปลาหมอสี พฤติกรรม ถิ่นกำเนิด น้ำ แสงสว่าง อาหาร และการตกแต่งตู้ เพราะปลาหมอสีมาจากแหล่งที่มีความหลากหลายทั้งทางด้านกายภาพและชีวภาพ ปลาหมอสีที่เลี้ยงในบ้านเรา ส่วนใหญ่มาจากทะเลสาบมาลาวีและแทนแกนยีกา ปลาที่มาจากทะเลสาบเดียวกันควรอยู่ในตู้เดียวกัน ถ้าแบ่งกลุ่มเลี้ยงเป็นตู้ฯ ก็จะสะดวกในการดูแล เพราะปลาแต่ละกลุ่มกินอาหารแตกต่างกัน สิ่งสำคัญอีกประการหนึ่งก็คือ ด้านใดด้านหนึ่งของตู้ปลาต้องทาด้วยสีดำหรือสีน้ำเงินปนดำหรือใช้กระดาษหรือฟิล์มปิดแทนก็ได้เพื่อช่วยลดความเครียด เพราะเมื่อปลาหมอสีตื่นตกใจก็จะหลบอยู่ในมุมที่มีแสงสว่างน้อย&lt;br /&gt; ขนาด ตู้เลี้ยงปลาควรมีขนาดใหญ่ ความจุไม่น้อยกว่า 500 ลิตร แต่ถ้ามีตู้เล็กก็แยกเลี้ยงเพียงตู้ละหนึ่งตัวตู้ด้านบนมีฝาปิดเพื่อป้องกันการระเหยของน้ำ และช่วยให้อุณหภูมิของน้ำไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก&lt;br /&gt; แสงสว่าง ควรให้แสงสว่างที่เหมาะสม หากแสงสว่างมากเกินไปจะทำให้ปลาไม่ออกสี ควรหลีกเลี่ยงแสงแดดโดยตรง&lt;br /&gt; การตกแต่ง ปัจจุบันวัสดุที่ใช้ในการตกแต่งได้มีการเลียนแบบธรรมชาติ เช่น ก้อนหินทำจากไฟเบอร์กลาส ถ้าใช้ของจริงควรเลือกใช้วัสดุที่เบาและไม่มีสารพิษละลายน้ำได้ อาจใช้กรวดหรือทรายธรรมชาติล้างให้สะอาด แช่น้ำทิ้งไว้หลาย ๆ วัน เพื่อชำระล้างสิ่งสกปรก ที่ติดมากับหินและทรายให้หมด หากใช้ก้อนหินจริงที่มีขนาดใหญ่วางบนพื้นทราย ปลาจะขุดคุ้ยทรายและทำให้ก้อนหินล้มลงกระทบกระจกตู้ปลาแตกเสียหายได้&lt;br /&gt; น้ำเลี้ยงปลา น้ำในทะเลสาบมาลาวีมีค่าความเป็นกรดเป็นด่างเฉลี่ยประมาณ 8.8 ฉะนั้นน้ำไม่ควรอยู่ในช่วง 7.0 -8.5 อุณหภูมิปกติ 23-28 องศาเซลเซียส ปลาจากทะเลสาบแทนแกนยีกา ควรมีค่าของน้ำระหว่าง 7.8 - 9.5 ปัจจุบันร้านจำหน่ายอุปกรณ์การเลี้ยงปลาสวยงามมีเกลือที่ใช้ปรับค่าความเป็นกรดเป็นด่างของน้ำได้ ส่วนปลาที่มาจากทะเลสาบวิกตอเรีย อเมริกากลางและอเมริกาใต้ไม่มีปัญหาเรื่องความเป็นกรดเป็นด่างและอุณหภูมิของน้ำ&lt;br /&gt; ข้อควรระวัง ปลาที่นำเข้ามาทุกครั้งก่อนปล่อยลงตู้หรือบ่อเลี้ยงควรวัดค่าความเป็นกรดเป็นด่างของน้ำในถุงด้วย ถ้ามีความแตกต่างกับน้ำในตู้ปลาควรปรับให้มีค่าใกล้เคียงกันมากที่สุด ซึ่งทำง่ายโดยใช้กระดาษลิตมัส&lt;br /&gt; อาหาร ปลาหมอสีสามารถปรับตัวได้ดีกินอาหารได้ทุกประเภท แต่ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีส่วนผสมไขมันจากเนื้อสัตว์ เพราะไขมันจะไปทำลายตับของปลาเหล่านี้ ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ปลาที่เลี้ยงตาย ฉะนั้นอาหารที่ใช้เลี้ยงควรมีส่วนผสมที่ใกล้เคียงกับอาหารธรรมชาติมากที่สุด ปลาหมอสีกินพืช ควรเลี้ยงอาหารปลากินพืช พวกปลากินสัตว์ เช่น กุ้ง ไรน้ำเค็ม หรืออาหารสำเร็จรูปที่ใช้เลี้ยงกับอาหารสำเร็จรูปที่ใช้โดยทั่วไปควรมีส่วนประกอบของกากถั่ว กุ้ง สาหร่ายเกลียวทอง ปริมาณอาหารไม่ควรให้เกินความต้องการของปลา จะทำให้ปลาอ้วนและอ่อนแอ ในกรณีเลี้ยงเพื่อการเพาะพันธุ์ ถ้าให้อาหารมากเกินไปจะทำให้ปลาไม่มีไข่และน้ำเชื้อ&lt;br /&gt;ธรรมชาติของปลาหมอสีเป็นปลาที่อดทน สามารถอดอาหารนับสิบวัน หากท่านไม่อยู่บ้าน 5 - 10 วัน ปลาก็สามารถอยู่ได้อย่างปกติ แม้ว่าในแหล่งน้ำธรรมชาติมีอาหารจำกัด โดยเฉพาะแม่ปลาที่ฟักไข่ด้วยปาก ต้องอมไข่จนไข่ฟักเป็นตัว และอมต่อไปจนกระทั่งลูกปลาสามารถว่ายน้ำออกจากปาก เพื่อหากินอาหารต่อไป ซึ่งใช้เวลาอีก 15-20 วัน ในระยะนี้แม่ปลาจะไม่กินอาหารใด ๆ ทั้งสิ้น&lt;br /&gt; พันธุกรรม พันธุกรรมของปลาหมอสีที่มีผลต่อการควบคุมพัฒนาการของลักษณะต่าง ๆ ที่เรียกว่า ยีน การรวมของยีนจะประกอบด้วยยีนจากพ่อและแม่ของสัตว์แต่ละชนิด การผ่าเหล่าจะส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของลักษณะทางพันธุกรรม ซึ่งมีผลแสดงออกมาให้เห็นลักษณะการเปลี่ยนแปลงรูปร่าง ลักษณะทางโครงสร้างและสีสัน เช่น การเกิดเป็นสีเผือก จุดสีหรือจุดสีอื่น ๆ ที่แปลก ออกไป โดยทั่วไปเป็นที่ยอมรับกันว่า กลุ่มปลาหมอสีมีความสำคัญของการจำคู่ของตน แต่อย่างไรก็ตาม ธรรมชาติจะเป็นตัวทำให้เกิดความสมดุลในกลุ่มของมันเอง ในกรณีการเกิดเลือดชิด ก่อให้เกิดปลาชนิดใหม่&lt;br /&gt;ท่านสมาชิกและผู้อ่านหนังสือพิมพ์วารสารการประมงได้ทราบเรื่องราวปลาหมอสีมาพอสังเขปบ้างแล้ว แต่ถ้าต้องการรายละเอียดเพิ่มเติมศึกษาได้จากหนังสืออนุกรมวิธานปลาหมอสีในประเทศไทย ในช่วงนี้ขอเชิญไปเยี่ยมชมฟาร์มเพาะเลี้ยงปลาหมอสี พบกับคุณสมขายและคุณสมศักดิ์ หิรัญกรณ์ ซึ่งเริ่มต้นด้วยการเพาะเลี้ยงปลาหมอสีเป็นงานอดิเรก ในช่วงวันหยุดก็จะให้และใช้เวลามาทุ่มเทกับการดูแลปลา นับเป็นการสร้างสัมพันธภาพอันดียิ่งภายในครอบครัว พบกับคุณสมชาย หิรัญกรณ์ได้เลยค่ะ&lt;br /&gt; คุณสมชายได้เริ่มเลี้ยงปลาจำหน่ายมานานกี่ปีแล้วคะ&lt;br /&gt; คุณสมชาย : จริง ๆ แล้วผมไม่ได้เลี้ยงปลาเป็นอาชีพแต่เป็นเพราะมีใจรักชอบการเลี้ยงปลาสวยงามมาตั้งแต่เด็ก ๆ ปัจจุบันมีงานประจำในวงการคอมพิวเตอร์แม้แต่ในช่วงที่ได้ไปศึกษาต่อต่างประเทศ ก็ได้เลี้ยงปลาอีกด้วย ทำให้ได้รู้จักปลาตัวใหม่ ๆ โดยเฉพาะปลาหมอสี ชอบมาก หลังจากจบการศึกษาก็ตั้งใจว่าจะมาเลี้ยงปลาในประเทศไทย สำหรับการเลี้ยงในต่างประเทศมีความยุ่งยากพอสมควร เนื่องจากอากาศเย็นและปัญหาคุณภาพน้ำ การปรับสภาพค่อนข้างลำบากมาก &lt;br /&gt; ทำไมคุณสมชายจึงนิยมชมชอบปลาหมอสีเป็นพิเศษกว่าปลาสวยงามชนิดอื่น ๆ&lt;br /&gt; คุณสมชาย : เพราะปลาหมอสีเป็นปลาที่มีสีสันสดใสและยังมีให้เลือกหลากหลายสายพันธุ์ ซึ่งปลาสวยงามบางชนิดมีให้เลือกน้อย ผมประทับใจสีสันและพฤติกรรม ถ้าเลี้ยงให้ถูกวิธีจะยิ่งเพิ่มความสวยงามมากขึ้น&lt;br /&gt; ความรู้ความสามารถและทักษาในการเพาะเลี้ยงปลาหมอสีได้มาอย่างไร&lt;br /&gt; คุณสมชาย : ผมได้สั่งสมประสบการณ์มาตั้งแต่เด็ก ๆ พร้อมทั้งศึกษาจากตำราและอินเทอร์เน็ต โดยเปิดเข้าไปดู ทั้งวิธีการเลี้ยง พฤติกรรม และโรคปลา&lt;br /&gt; คุณสมชายคิดว่าปลาหมอสีมีพฤติกรรมอย่างไร&lt;br /&gt; คุณสมชาย : คนบางคนอาจคิดว่าปลาหมอสีเป็นปลาก้าวร้าว จริง ๆ แล้วไม่ร้ายอย่างที่คิดนะครับ การจัดการโดยการเลี้ยงเป็นกลุ่ม แยกประเภทสายพันธุ์ แหล่งกำเนิด เพราะพันธุ์ปลาจากถิ่นที่แตกต่างกันจะมีพฤติกรรมไม่เหมือนกัน&lt;br /&gt; ปลาหมอสีที่มาจากถิ่นกำเนิดต่างกันสามารถนำมาเลี้ยงรวมกันได้หรือไม่&lt;br /&gt; คุณสมชาย : ที่เลี้ยงขณะนี้เป็นกลุ่มปลาที่มาจากทะเลสาบมาลาวีและทะเลสาบแทนแกนยีกา เวลาเลี้ยง ๆ เป็นกลุ่มใหญ่ ถ้าเลี้ยงจำนวนน้อยและมี 2 ตัวเป็นตัวผู้ ปลามักจะกัดกัน ในกลุ่มนี้ควรเป็นปลาตัวผู้น้อย ปลาตัวเมียมาก อัตราส่วน 1:8 นอกจากนี้สถานที่ก็มีความสำคัญ ควรกว้าง ถ้าพื้นที่น้อยจะกัดกัน&lt;br /&gt; พื้นที่เพาะพันธุ์เป็นลักษณะใด และอัตราการปล่อยพ่อแม่พันธุ์ที่เหมาะสม&lt;br /&gt; คุณสมชาย : การเพาะพันธุ์ในตู้ขนาด 48 นิ้วโดยเฉพาะปลาแถบมาลาวีในอัตรา 1:8 รวมจำนวนปลาประมาณ 14-16 ตัว โดยมีปลาตัวผู้ 2 ตัวในจำนวนดังกล่าว ภายในตู้ใส่กระถางต้นไม้ 2 ใบสำหรับปลาตัวผู้ได้เข้าไปอาศัยอยู่&lt;br /&gt; ปลาหมอสีแถบทะเลสาบมาลาวีที่เหมาะสมนำมาเป็นพ่อแม่พันธุ์ควรมีขนาดเท่าใด&lt;br /&gt; คุณสมชาย : ขนาดพ่อแม่พันธุ์ควรมีความยาวประมาณ 14- 15 เซนติเมตร ตู้ขนาด 48 นิ้ว อัตราการปล่อย 16 ตัว&lt;br /&gt; พ่อแม่พันธุ์ปลามีผลต่อการฟักตัวและการเจริญเติบโตของลูกปลาที่ดี ควรมีอายุเท่าไร&lt;br /&gt; คุณสมชาย : ปลาหมอสีเป็นปลาที่วางไข่ได้ตลอดทั้งปี แต่ปลาที่เหมาะสมจะนำมาเป็นพ่อแม่ควรมีอายุตั้งแต่ 1 ปีขึ้นไป หากพันธุ์ปลาอายุน้อย เวลาวางไข่และฟักเป็นตัวมักให้ลูกปลาที่ไม่ค่อยสมบูรณ์&lt;br /&gt; การขุนเลี้ยงพ่อแม่พันธุ์ปลาให้มีความสมบูรณ์ มีการดูแลเป็นพิเศษหรือไม่&lt;br /&gt; คุณสมชาย : ปกติจะเลียนแบบธรรมชาติ ซึ่งมีแร่ธาตุอาหารหลากหลาย ทั้งนี้ขึ้นกับชนิดของปลา ปลาบางชนิดกินอาหารสด บางชนิดกินพืช ถ้าเป็นอาหารสดก็ดูว่า ปลาชนิดนั้นกินอะไรเป็นอะไร เช่น กุ้ง หรืออาร์ทีเมีย&lt;br /&gt; ปลาหมอสีจะมีช่วงการวางไข่สูงสุดเหมือนปลาชนิดอื่นหรือไม่&lt;br /&gt; คุณสมชาย : จากประสบการณ์ของผม ช่วงประมาณปลาฤดูฝนต่อต้นฤดูหนาว ปลาจะวางไข่มาก ช่วงฤดูร้อนไม่ค่อยให้ไข่ อุณหภูมิที่ปลาชอบประมาณ 26 - 27 องศาเซลเซียส&lt;br /&gt; หลังจากปล่อยพ่อแม่พันธุ์ที่สมบูรณ์เพื่อการผสมพันธุ์แม่ปลาหมอสีแต่ละสายพันธุ์มีพฤติกรรมการวางไข่เหมือนกันหรือไม่&lt;br /&gt; คุณสมชาย : ปลาแต่ละชนิดจะมีพฤติกรรมการวางไข่ต่างกัน บางตัวอมไข่ บางตัววางไข่บนวัสดุ ขึ้นกับสายพันธุ์ปลา บางชนิดวางไข่ปีละ 4 ครั้ง สำหรับปลาจากแทนแกนยีกาจะวางไข่บนวัสดุ ปลาจากทะเลสาบมาลาวีประมาณ 90 เปอร์เซ็นต์ อมไข่ไว้ในปาก&lt;br /&gt; อาหารมื้อแรกที่ให้ลูกปลาหมอสีกินเป็นอาหารชนิดใด&lt;br /&gt; คุณสมชาย : ปกติปลาที่วางไข่บนวัสดุจะใช้เวลาฟักตัว 3-5 วัน เมื่อมีอายุ 7 วัน จึงเริ่มให้อาร์ทีเมีย จากนั้นสองสัปดาห์ต่อมาจึงให้ไรแดง จนกระทั่งปลามีอายุ 1 เดือน จึงให้อาหารเม็ดที่มีสาหร่ายเกลียวทองเป็นส่วนประกอบ ซึ่งจะซื้ออาหารที่มีโปรตีน 10 เปอร์เซ็นต์&lt;br /&gt; แม่ปลาตัวหนึ่ง ๆ จะให้ไข่จำนวนมากน้อยเพียงใด&lt;br /&gt; คุณสมชาย : ปลาจากทะเลสาบมาลาวี จะให้ปริมาณไข่ 20-60 ฟอง ถ้าปลาโตจะให้ถึง 100 ฟอง ส่วนปลาหมอสีที่มีถิ่นกำเนิดในทะเลสาบแทนแกนยีกาจะให้ปริมาณน้อย เริ่มต้นประมาณ 20 กว่าฟองเท่านั้น&lt;br /&gt; การเพาะพันธุ์แต่ละครั้ง อัตราการรอดตายมากน้อยเพียงใด&lt;br /&gt; คุณสมชาย : อัตราการรอดตายค่อนข้างสูง สำหรับพ่อแม่พันธุ์จากทะเลสาบมาลาวี ปลาอมไข่ใช้เวลาฟักตัวในปากประมาณ 5 วัน ถ้าแกะไข่ปลาออกจากปากเร็วเกินไป โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ไข่ที่ไม่พัฒนาคือไม่มีหัวและหาง หรือถ้าแกะช้าเกินไป แม่ปลาอาจกินลูกปลาบางส่วนที่อมไว้ในปาก ทำให้เกิดการสูญเสีย ผมจะเริ่มนับตั้งแต่วันที่แม่ปลาอมไข่ ปกติจะใช้เวลา 5 วันจึงแกะปากนำลูกปลาออกมา เมื่อถึงไข่ของลูกปลายุบ ถ้าเป็นปลาจากทะเลสาบมาลาวีให้ไรแดงได้เลย&lt;br /&gt; เมื่อใดจึงจะมีการเปลี่ยนชนิดอาหารให้กับลูกปลาที่เลี้ยงด้วยไรแดง&lt;br /&gt; คุณสมชาย : จะให้ไรแดงจนกระทั่งลูกปลามีขนาดความยาว 1 นิ้ว จึงเปลี่ยนให้อาหารเม็ดที่มีส่วนผสมสาหร่ายเกลียวทอง สลับกับไรทะเล&lt;br /&gt; การให้อาหาร อัตราการปล่อยและการอนุบาลลูกปลาที่เหมาะสมทำอย่างไร&lt;br /&gt; คุณสมชาย : การให้อาหารถ้าเป็นพ่อแม่ปลาวันละ 1 ครั้ง ตอนเย็น ส่วนลูกปลาจะให้วันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น สำหรับลูกปลาจะอนุบาลในตู้ขนาด 36 นิ้ว อัตราความหนาแน่นลูกปลาประมาณ 300 ตัว แต่ที่ฟาร์มเลี้ยงเน้นคุณภาพอัตราการปล่อยตู้ขนาด 36 นิ้ว จำนวน 100- 150 ตัว&lt;br /&gt; ช่วงอนุบาลลูกปลา มีการเปลี่ยนถ่ายน้ำบ่อยไหมคะ&lt;br /&gt; คุณสมชาย : ลูกปลาที่อนุบาลจะเปลี่ยนถ่ายน้ำ 2 วันต่อครั้ง เนื่องจากการให้อาหารค่อนข้างถี่นะครับ น้ำจะเสียง่ายทั้งนี้ก็มีการตรวจคุณภาพน้ำด้วยครับ&lt;br /&gt; ดูแลคุณภาพน้ำอย่างไรก่อนนำเข้ามาสู่ระบบการเพาะเลี้ยงภายในฟาร์ม&lt;br /&gt; คุณสมชาย : พ่อแม่พันธุ์จะเลี้ยงในตู้ ระบบน้ำจะมีการหมุนเวียน 24 ชั่วโมงทุกสัปดาห์ ตรวจเช็คค่าความเป็นกรดเป็นด่าง ค่าแอมโมเนีย เปลี่ยนถ่ายน้ำสัปดาห์ละ 1 ครั้ง สำหรับค่าความเป็นกรดเป็นด่าง ที่ 8.5 ส่วนแอมโมเนียมีวัสดุทดสอบทางเคมีแบบสำเร็จรูป&lt;br /&gt; การเลี้ยงลูกปลาให้มีอัตรารอดมากที่สุดมีมากจัดการอย่างไร&lt;br /&gt; คุณสมชาย : เมื่อลูกปลามีอายุ 1 นิ้วจึงย้ายไปเลี้ยงในตู้ขนาด 48 นิ้ว ในระบบน้ำวน หลังจากเลี้ยงในตู้ขนาดดังกล่าว ก็จะคัดขนาดและดูความสมบูรณ์ โดยเลี้ยงต่อไปจนกระทั่งปลาออกสี&lt;br /&gt; ปลาจะเริ่มออกสีเมื่อมีขนาดเท่าใด&lt;br /&gt; คุณสมชาย : ขึ้นกับชนิดของปลา ตัวผู้จะเริ่มออกสีเมื่อมีขนาด 2 - 2 1/2 นิ้ว ส่วนตัวเมียไม่มีสีอยู่แล้ว ปลาที่ฟาร์มจะเน้นคุณภาพ ปริมาณปลาที่จำหน่ายไม่เกิน 10 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งต้องยอมรับว่าปลาทุกตัวจะสวยไม่เท่ากัน ฉะนั้น จะคัดเฉพาะปลาที่สมบูรณ์ หรือที่เรียกว่า หัวปลา ออกจำหน่าย&lt;br /&gt; ลูกปลาที่เลี้ยงได้นำมาขุนเลี้ยงเป็นพ่อแม่พันธุ์บ้างไหม&lt;br /&gt; คุณสมชาย : ปลาที่นำมาเป็นพ่อแม่พันธุ์ของที่ฟาร์มเป็นปลาที่ได้มาจากแหล่งธรรมชาติ&lt;br /&gt; การเลี้ยงปลาให้ได้คุณภาพและมีสีสันสดสวยมีการเลี้ยงดูอย่างไร&lt;br /&gt; คุณสมชาย : คุณภาพน้ำ อาหารและสายพันธุ์ปลา โดยเฉพาะอย่างยิ่งจะให้อาหารสด เช่น กุ้งฝอย ไรแดง สำหรับไรแดงผ่านการฆ่าเชื้อด้วยด่างทับทิมแล้วนำไปแช่แข็ง ส่วนอาหารเสริมจะเป็นอาหารเม็ดผสมสาหร่ายเกลียวทอง&lt;br /&gt; ปลาที่นิยมเลี้ยงในฟาร์มมีการปรับเปลี่ยนตามความต้องการของตลาดหรือไม่&lt;br /&gt; คุณสมชาย : ความนิยมปลาหมอสี ขึ้นกับความชอบแต่ละบุคคล สำหรับผมไม่ได้ดูตลาดเป็นเกณฑ์ ชนิดปลาที่เลี้ยงนั้นขึ้นอยู่กับความชอบของผม ไม่ได้อิงตลาด เนื่องจากผมเป็นนักเลี้ยงปลาเพื่องานอดิเรก ชนิดปลาที่เลี้ยงขึ้นกับความชอบครับ&lt;br /&gt; จำนวนสายพันธุ์ปลาที่เลี้ยงภายในฟาร์มมีกี่สายพันธุ์คะ&lt;br /&gt; คุณสมชาย : ปัจจุบันมี 58 สายพันธุ์ สำหรับสายพันธุ์ปลาจากทะเลสาบแทนแกนยีกาเลี้ยงยากกว่า ต้องการการดูแลเอาใจใส่ค่อนข้างมาก มีความหลากหลาย สวยงาม สีสันฉูดฉาด เรียกว่า ปลาคลาสสิกก็น่าจะได้นะครับ การจัดสถานที่เลี้ยงต้องอิงธรรมชาติของปลาว่าชอบอยู่โขดหินหรือพื้นทราย&lt;br /&gt; ผู้สนใจรายใหม่ในการเลี้ยงปลาหมอสีต้องเตรียมการอะไรบ้าง&lt;br /&gt; คุณสมชาย : ก่อนตัดสินใจจะเลี้ยงปลาต้องศึกษาชนิดและขนาดปลา จากนั้นจึงเลือกตู้ปลา ส่วนน้ำที่จะนำมาใช้เลี้ยงปลาต้องมั่นใจว่าไม่มีคลอรีน การเลือกชนิดปลาขึ้นกับความชอบไม่จำกัดว่าจะเป็นปลาจากแห่งใด การเลี้ยงปลาที่ดีขึ้นกับใจรัก จากนั้นศึกษาพฤติกรรมชีวิตความเป็นอยู่โดยเลือกปลาที่มีสุขภาพแข็งแรง มีสีสันสดใสตามธรรมชาติ มิใช่สีสดด้วยการเร่งฮอร์โมน นอกจากนี้ในระหว่างการเลี้ยงต้องให้อาหารที่ถูกต้อง ก็จะมีส่วนเสริมส่งให้ปลามีสุขภาพดียิ่งอีกด้วย&lt;br /&gt; กรณีที่เป็นมือใหม่ ยังไม่มีความชำนาญ ขาดทักษะและประสบการณ์ ควรเลือกซื้อปลาขนาดไหน&lt;br /&gt; คุณสมชาย : โดยปกติ ปลาจากทะเลสาบมาลาวีเกือบทุกสายพันธุ์จะขึ้นสีเมื่อมีขนาด 2 - 2 1/2 นิ้วขึ้นไป ความเข้มข้นของสีขึ้นกับคุณภาพพ่อแม่พันธุ์&lt;br /&gt; หากปลามีสีอ่อนจะมีวิธีการเพิ่มความเข้มสีของปลาได้หรือไม่&lt;br /&gt; คุณสมชาย : โดยธรรมชาติของปลา เช่น แม่ปลาให้ลูกปลา 100 ตัว/ครอก ใน 1 ครอกจะมีหัวปลาและหางปลา สำหรับหัวปลาจะมีเพียง 5 ตัว อาจมากหรือน้อยกว่านี้ก็ได้ ซึ่งเรียกว่าหัวปลาหรือปลาเกรดเอ ซึ่งมีสีจัดจ้าน ส่วนปลาที่ขึ้นสีช้า คุณภาพสีจะด้อยลง เวลาซื้อผู้ขายจะคละกันไป ฉะนั้นเพื่อให้ปลามีสีสม่ำเสมอ ผู้ค้าบางรายก็จะใช้ฮอร์โมนเร่งสี ดังนั้นการซื้อปลาหมอสีไปเลี้ยงต้องเลือกซื้อจากแหล่งที่เชื่อถือได้&lt;br /&gt; ชนิดปลาสีทีตลาดนิยมเป็นปลาจากถิ่นกำเนิดใด&lt;br /&gt; คุณสมชาย : ปัจจุบันเป็นปลาแถบเซ็นทรัลอเมริกาโดยนำมาผสมข้ามพันธุ์ สำหรับปลาผสมข้ามสายพันธุ์ตลาดผู้บริโภคส่วนหนึ่งก็ให้ความนิยมเช่นกัน&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8742902793923485247-1815930990682354507?l=xn--s3cmlvdn6a2a.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8742902793923485247/posts/default/1815930990682354507'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8742902793923485247/posts/default/1815930990682354507'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://xn--s3cmlvdn6a2a.blogspot.com/2009/12/blog-post_31.html' title='การเพาะเลี้ยงปลาหมอสี'/><author><name>Sangsood7</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11749660460202690354</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='http://2.bp.blogspot.com/_iffXM8pHsuE/SmxIaaOuA7I/AAAAAAAAALA/-2L2AnJLpac/S220/avatar.jpg'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8742902793923485247.post-536009844774239603</id><published>2009-12-28T07:06:00.001+07:00</published><updated>2009-12-28T07:06:00.679+07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ปลาหมอสี'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='การเลี้ยงปลาหมอสี'/><title type='text'>มาเลี้ยงปลาหมอสีกันเถอะ</title><content type='html'>ในปัจจุบันการเลี้ยงปลาพันธ์สวยงามได้แพร่หลายไปทั่วทุกภูมิภาคของโลก นับว่าเป็นสินค้าชนิดหนึ่งซึ่งมีการซื้อขายข้ามประเทศข้ามโลกสำหรับประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตปลาพันธ์สวยงามส่งออกและนำเข้าที่สำคัญแห่งหนึ่งของโลก ประกอบกับเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงปลาพันธ์สวยงามของไทยมีศักยภาพสูงทั้งด้านการเพาะพันธุ์ การพัฒนาสายพันธุ์ การผสมข้ามสายพันธุ์ การติดต่อด้านการค้าขาย การบรรจุขนส่งลำเลียงโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ปัจจัยที่จะทำให้องค์ประกอบดังกล่าวมาแล้วนั้นสามารถขับเคลื่อนมุ่งสู่ผลสัมฤทธิ์ได้ก็คือ สภาพภูมิอากาศ ภูมิประเทศของประเทศไทย ซึ่งได้เอื้ออำนวยให้มีการเพาะขยายพันธุ์ปลาเศรษฐกิจและพันธุ์ปลาพันธ์สวยงามมีความเข้มแข็งอย่างยั่งยืน เรามารู้จักพื้นเพของปลาหมอสีก่อน ว่ามีแหล่งกำเนิดมาจากที่ใด ผลการสำรวจพบปลาในวงศ์ชิคลิดีมีประมาณ 1,000 ชนิด ปลาหมอสีเป็นปลาพันธ์สวยงามประเภทหนึ่งในวงศ์ชิคลิดี หรือปลาชิคลิด ซึ่งมีถิ่นกำเนิดและแพร่กระจายอยู่ทั่วภูมิภาคในเขตร้อนของโลก ได้แก่ทวีปแอฟริกา ทวีปอเมริกาใต้ เนื่องจากอาณาเขตการแพร่กระจายของปลาวงศ์นี้มีภูมิประเทศและสิ่งแวดล้อมที่แตกต่างกัน ส่งผลให้ปลามีความหลากหลายทั้งชนิดและสายพันธุ์ รวมทั้งรูปร่าง การดำรงชีวิตแตกต่างกันปลาหมอสีสามารถปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไปได้เป็นอย่างดี&lt;br /&gt;หมอสีทะเลสาบมาลาวี &lt;br /&gt;    ทะเลสาบมาลาวีมีขนาดใหญ่อันดับ 9 ของโลก พวกปลาชิคลิดส่วนใหญ่ผสมพันธุ์วางไข่ในฤดูหนาวช่วงเดือนสิงหาคมถึงปลายเดือนพฤศจิกายน ซึ่งทะเลจะเงียบสงบและน้ำใส สำหรับทะเลสาบมาลาวีเป็นทะเลน้ำจืดที่น้ำมีความโปร่งใสติดอันดับโลก ค่าความเป็นกรดเป็นด่างของน้ำ 7.5-8.5 ปลาชิคลิดปรับตัวได้ดีในสภาพแวดล้อมที่เป็นหินผาและไม่มีการอพยพย้ายถิ่นที่อยู่ มักเรียกชื่อปลาตามท้องถิ่นที่ปลาอยู่อาศัย แต่เนื่องมาจากสภาพแวดล้อมที่ต่างกันจึงส่งผลให้แพทเทิร์นสีแตกต่างกันไปด้วย ฉะนั้น เมื่อต้องการเพาะพันธุ์ปลาชนิดใดจึงต้องใช้พ่อแม่พันธุ์ที่มีถิ่นกำเนิดเดียวกัน ลูกปลาที่มีรูปร่างลักษณะและสีสัน เหมือนพ่อแม่ทุกประการ ถ้าปลาชนิดนั้นอาศัยอยู่ในทะเลสาบมาลาวีก็เรียกกันว่า ปลาหมอสีมาลาวี ในปัจจุบันพบประมาณ 500 ชนิด โดยแบ่งตามแหล่งที่อยู่อาศัยเป็น 2 พวก คือ กลุ่มนอนเอ็มบูนา และ กลุ่มเอ็มบูนา ชนิดปลาหมอสีกลุ่มนอนเอ็มบูนาที่นิยมนำมาเลี้ยงในประเทศไทย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;  สกุลแอริสโทโครมิส &lt;br /&gt;     ลักษณะของจะงอยปากที่เป็นสันนูนขึ้นมาคล้ายดั้งจมูกของชาวกรีก ซึ่งมีเพียง 1 ชนิดคือ ปลาหมอคริสตี้ ลักษณะลำตัวยาวแบนข้างหัวโต หน้ายาว หน้านัยน์ตาหักเป็นมุม แล้วลาดโค้งเข้าหาแนวสันของกะโหลก ตามีขนาดปานกลางคอดหางสั้น ครีบกระโดงที่ส่วนปลายเป็นก้านครีบอ่อนจะยกสูงขึ้นจากแนวของส่วนที่เป็นก้านครีบเดี่ยว ปลายกระโดงมนและยาวจรดโคนหาง ครีบอกและตะเกียบมีขนาดใกล้เคียงกัน ครีบหางมีขนาดใหญ่ ปลายครีบเกือบตัดตรง กินปลาที่เล็กกว่าเป็นอาหาร จุดเด่นของปลาหมอคริสตี้ ในระยะโตเต็มวัยมีหัวสีฟ้าคราม ลำตัวสีน้ำเงินแถบสีดำ ขอบเกล็ดสีดำ ครีบกระโดงส่วนที่เป็นก้านครีบเดี่ยวสีฟ้า ครีบก้นสีเหลือง มีจุดไข่สีฟ้า ตะเกียบสีเหลืองขอบฟ้าครีบอกเหลืองใส ตัวผู้ขนาดโตเต็มที่ความยาวสุด 30 เซนติเมตร การผสมพันธุ์ ตัวเมียอมไข่ไว้ในปาก จนกระทั่งไข่ฟักเป็นตัว ในระยะนี้แม่ปลายังคงดูแลลูกต่อไปอีกเป็นเวลา 1 เดือน การวางไข่แต่ละครั้ง ปลาจะให้ลูกประมาณ 30 ตัว&lt;br /&gt;    &lt;br /&gt;สกุลออโลโนคารา&lt;br /&gt;      ลักษณะพิเศษของรูที่ปรากฎอยู่ตามหน้าผาก แก้ม และขากรรไกรล่าง รูเหล่านี้จะเรียงเป็นแถวเช่นเดียวกับรูของเส้นข้างตัวเส้นประสาทเชื่อมโยงติดต่อกันเป็นระบบ ทำหน้าที่ในการปรับความกดดันของน้ำในขณะที่ปลาเคลื่อนไหวและใช้จับความเคลื่อนไหวของสัตว์ที่เป็นอาหารลักษณะประจำอีกอย่างหนึ่งของปลาสกุลออโลโนคารา คือ มีเกล็ดที่แก้ม 1 แถว หรือ 1 แถวครึ่ง &lt;br /&gt;    มาลาวีเหลือง ลำตัวยาวเรียว หัวมีขนาดปานกลางได้สัดส่วนกับลำตัว ตาโตและโปน ช่วงตาห่างปากเฉียงขึ้นเล็กน้อย คอดหางยาวเรียว ครีบกระโดงมีปลายเรียวยาว ส่วนปลายสุดของกระโดงยาวเกือบจรดปลายหาง ครีบหางเว้า ครีบก้นมีขนาดค่อนข้างใหญ่ตะเกียบใหญ่กว่าครีบอกและปลายตะเกียบยาวเลยจุดเริ่มของครีบหาง ลักษณะเด่นของมาลาวีเหลือง พื้นลำตัวมีสีเหลืองและแถบสีน้ำเงินขวางลำตัว 5-7 แถบ แก้มสีน้ำเงิน กระโดงสีเหลือง มาลาวีเหลืองเป็นปลาขนาดเล็ก ตัวเมียมีขนาดเล็กกว่าตัวผู้กินสัตว์น้ำขนาดเล็กในธรรมชาติเป็นอาหาร การผสมพันธุ์โดยตัวเมียอมไข่ ส่วนการเลี้ยง ผู้เลี้ยงจะให้อาหารสำเร็จรูป &lt;br /&gt;     มาลาวีสีน้ำเงินคอแดง ลำตัวยาวแบนข้างหัวมีขนาดปานกลาง นัยน์ตาโต จะงอยปากสั้น ปากเฉียงขึ้นเล็กน้อย คอดหางเรียวยาว ครีบกระโดงมีความสูงไล่จากจุดเริ่มจนถึงปลายหางมีความลาดเอียงสวยงาม ปลาครีบกระโดงยื่นออกมาจรดส่วนหางครีบก้นมีขนาดใกล้เคียงกับส่วนที่เป็นก้านครีบอ่อนของครีบกระโดง ครีบหางที่ปลายเว้าเล็กน้อย ตะเกียบยาวเลยจุดเริ่มต้นของครีบก้น ครีบอกมีขนาดเล็กที่สุด &lt;br /&gt;     มาลาวีห้าสี เป็นปลาลูกผสมมีรูปร่างคล้ายมาลาวีน้ำเงินแต่หัวโตกว่า สันของสโลพหน้าครีบกระโดงนูนจะงอยปากทู่ นัยน์ตาโต คอดหางสั้น ครีบกระโดงมีส่วนปลายยาวเลยจุดเริ่มต้นของครีบก้น กินอาหารสำเร็จรูปหรือให้ไรน้ำเค็มเป็นอาหารเสริมจะช่วยให้ปลามีสีสันสดใสยิ่งขึ้น หมอมาลาวีแดง จุดเด่นของปลาหมอมาลาวีแดงอยู่ที่สีส้มแดงบริเวณส่วนต้นของลำตัวตั้งแต่ช่วงตา ถึงฐานครีบกระโดงหลังช่องเหงือกและหน้าอกโดยรอบ ลำตัวมีพื้นสีฟ้าสลับด้วยเกล็ดสีส้ม และมีแถบสีดำพาดขวางลำตัวอยู่บริเวณใต้ครีบกระโดง 7 แถบ ท้องสีส้มแก้มและจะงอยปากสีฟ้าปนน้ำเงินแซมด้วยสีแดงประกายครีบกระโดงมีฐานสีฟ้าขอบสีขาวแซมสีส้ม และปลายกระโดงมีลายสีส้ม ครีบอกสีส้ม ตะเกียบมีขอบสีขาวหรือดำ ครีบก้นสีส้มมีจุดไข่ในปลาบางตัว และครีบหางมีพื้นสีส้มแดงลายฟ้า &lt;br /&gt;     หมอมาลาวีน้ำเงิน จุดเด่นของปลาหมอมาลาวีน้ำเงินอยู่ที่สีของลำตัวที่กล่าวข้างต้น นอกจากนี้ครีบกระโดงมีขอบสีขาวและปลายครีบมีสีเหลืองอมฟ้า ตะเกียบสีน้ำเงินขอบขาวครีบก้นมีฐานสีน้ำเงินดำ ตัวครีบสีน้ำเงินปนฟ้าและมีจุดสีเหลืองแซม ครีบหางมีพื้นสีเหลืองปนขาวเงินประดับด้วยจุดและประสีแดงเข้ม ดูคล้ายหางนกยูง อาหาร กินสัตว์น้ำในธรรมชาติประเภทไม่มีกระดูกสันหลัง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สกุลโคพาไดโครมิส &lt;br /&gt;     สมาชิกของปลาสกุลนี้รูปร่างแตกต่างกันไปตามชนิด ในช่วงนอกฤดูผสมพันธุ์วางไข่ การหากินรวมกันเป็นฝูงใหญ่ อาหารหลัก คือ แพลงก์ตอนพืชและแพลงก์ตอนสัตว์ ดังนั้นปากของมันจึงพัฒนาให้เหมาะสมต่อการจับอาหารที่มีขาดเล็ก โดยริมฝีปากบนและล่างเชื่อมติดกันมีลักษณะคล้ายท่อ ซึ่งสามารถยืดและหดได้ ชนิดปลาในสกุลนี้ อาทิ หมอบอร์เลยี คาดันโก จุดเด่นของปลาหมอบอร์เลยี อยู่ที่ครีบตะเกียบที่มีปลายยาวเรียวเป็นสายรยางค์ ครีบหางมีขนาดใหญ่ปลายเว้าไม่ลึก ครีบหูบางและโปร่งใสจนเห็นก้านครีบชัดเจน ลักษณะของสีแตกต่างกันไปตามท้องถิ่นที่อยู่อาศัย ขนาดตัวผู้มีความยาวสุด 15 เซนติเมตร ตัวเมียมีขนาดเล็กกว่า การผสมพันธุ์ ตัวผู้มีนิสัยก้าวร้าวและหวงถิ่น ตัวเมียฟักไข่ด้วยปาก อาหารกินแพลงก์ตอนทั้งพืชและสัตว์ในธรรมชาติ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สกุลลาบิโอโทรเฟียส&lt;br /&gt;     สกุลนี้มีลักษณะเด่นและเป็นเอกลักษณ์ที่ปลายจะงอยปากที่ยืนล้ำเลยออกไปจากริมฝีปากบนลักษณะคล้ายปลายจมูกที่โด่งปลาสกุลนี้มีเพียง 2 ชนิด หมอปากโลมาตัวอ้วนห้าสี ลำตัวสีเหลืองส้มและมีจุดดำกระจายทั่วไป นัยน์ตาไม่มีสีแดงและมีจุดไข่ที่ครีบก้น หมอปากโลมาตัวผอม มีลำตัวสั้นและผอมกว่าหมอปากโลมาตัวอ้วน แต่จะงอยปากลาดเรียวแหลมกว่า มีสีเหลืองสนิมอยู่ในแนวสันหลัง ส่วนบนของข้างลำตัว ตัวผู้ความยาวสุดประมาณ 12-13 เซนติเมตร ตัวเมียมีขนาดเล็กกว่า ปลาที่เลี้ยงให้อาหารสำเร็จรูป&lt;br /&gt;     สำหรับท่านที่ต้องการเลี้ยงปลาต้องรู้จักคุณลักษณะ ชนิดและขนาด เช่น ปลาแคระสามารถเลี้ยงเป็นฝูงได้ ปลาหมอสีส่วนใหญ่จะดุมักเลี้ยงเดี่ยว ส่วนขนาดตู้ปลาขึ้นอยู่กับสถานที่และชนิดปลา ต้องเปลี่ยนถ่ายน้ำสัปดาห์ละ 2 ครั้ง ๆ ละ 30 เปอร์เซ็นต์ ตู้ขนาดดังกล่าวใส่เกลือเม็ด 1 กำมือ &lt;br /&gt;ขอขอบคุณ  คุณยุพินท์  วิวัฒนชัยเศรษฐ์&lt;br /&gt;วารสารการประมง ปีที่ 58 ฉบับที่ 5 เดือนกันยายน – ตุลาคม 2548 หน้า 421 - 429&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8742902793923485247-536009844774239603?l=xn--s3cmlvdn6a2a.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8742902793923485247/posts/default/536009844774239603'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8742902793923485247/posts/default/536009844774239603'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://xn--s3cmlvdn6a2a.blogspot.com/2009/12/blog-post_28.html' title='มาเลี้ยงปลาหมอสีกันเถอะ'/><author><name>Sangsood7</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11749660460202690354</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='http://2.bp.blogspot.com/_iffXM8pHsuE/SmxIaaOuA7I/AAAAAAAAALA/-2L2AnJLpac/S220/avatar.jpg'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8742902793923485247.post-1373587567605367056</id><published>2009-12-20T15:25:00.000+07:00</published><updated>2009-12-20T15:28:42.836+07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ปลาหมอสี'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='การเลี้ยงปลาหมอสี'/><title type='text'>ปลาหมอสี ตอน2</title><content type='html'>ปลาหมอสีเป็นปลาน้ำจืดจัดอยู่ในวงศ์ Cichlidae พวกเดียวกับปลานิล ปลาหมดเทศ ปลา ออสการ์ ปลาปอมปาดัวส์ เป็นปลาที่เลี้ยงได้ง่ายมาก มีความอดทนสูง มีพฤติกรรมที่หลากหลาย ถ้าผู้เลี้ยงไม่เข้าใจพฤติกรรมของปลาหมอสีก็จะทำให้ตายได้ง่าย ฉะนั้น ก่อนเลี้ยงก็ควรมั่นศึกษาหาอ่านจากตำราการเลี้ยงปลาหมอสีก่อน ซึ่งปัจจุบันนี้มีหนังสือเกี่ยวกับปลาหมดสีทั้งเป็นภาษาไทยและภาษาอังกฤษอยู่มากมาย ผู้เลี้ยงที่เพิ่งเริ่มต้นก็หาซื้อปลาที่มีราคาถูกหน่อยเลี้ยงหาประสบการณ์ก่อนแล้วค่อยไปซื้อชนิดราคาแพงเมื่อมีความสามารถมากขี้นแล้วก็ได้ครับ&lt;br /&gt;หลักการทั่วไปในการเลี้ยงหมอสีก็เหมือนกันกับการเลี้ยงปลาอื่นๆ นั้นก็คือ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;1.น้ำต้องสะอาดไม่ควรมีเชื้อโรค ห้ามใช้น้ำประปาที่เปิดจากก๊อกน้ำโดยตรง เฉพาะคลอรีนและปูนที่อยู่ในน้ำจะฆ่าปลาได้ในเวลาอันรวดเร็วควรพักน้ำประปาไว้สัก 2-3 วันจึงนำมาใช้ ในการเลี้ยงปลาหมอสี&lt;br /&gt;2.ใช้เครื่องกรองน้ำซึ่งหาซื้อได้ตามร้านทั่วไปเลือกให้เหมาะกับขนาดของตู้ที่ใช้เลี้ยงปลาหมอสี&lt;br /&gt;3.ขนาดของตู้เลี้ยงปลาหมอสีควรจะใหญ่สักหน่อย ถ้าเลี้ยงพวกหมอสีพันธุ์เล็ก ความยาวของตู้ไม่ควรต่ำกว่า 24 นิ้ว ถ้าเป็นพันธุ์ใหญ่ก็ไม่ควรต่ำกว่า 36 นิ้ว ควรมีสัก 2 ตู้ เพื่อเป็นตู้พักปลา 1 ตู้ ตู้เลี้ยง 1 ตู้&lt;br /&gt;4.อาหารปลาหมอสีกินอาหารสำเร็จรูปได้ดี ซึ่งเราหาซื้อได้ทั่วไปแต่ถ้าที่บ้านใกล้แหล่งเพาะยุงหรือใกล้บริเวณที่มีลูกน้ำลูกไรมาก และหาได้สะดวกก็ให้ลูกน้ำ ลูกไร เป็นอาหารจะดีมากทั้งประหยัดเงินและมีอาหารที่มีคุณค่าดี&lt;br /&gt;5. ก้อนหิน ก้อนกรวด พันธุ์ไม้น้ำที่เราคิดว่าจะจัดลงไปในตู้นั้นควรจะทำความสะอาดให้ดี ก้อนหินก็ควรจะแช่น้ำลดความเป็นด่างลงพันธุ์ไม้น้ำก็ควรจะพักไว้ในถังหรือตู้อื่นๆ รอจนมันฟื้นตัวได้แล้วค่อยนำมาจัดในตู้&lt;br /&gt;6. ตู้ปลาควรจะตั้งอยู่ใกล้กับที่พักน้ำเพื่อเปลี่ยนน้ำในตู้ปลาได้สะดวก ปัญหานี้ดูเหมือนเล็กแต่ก็มีหลายๆรายที่เลิกเลี้ยงปลา เพราะต้องเปลี่ยนน้ำในตู้ปลาบางรายถึงขั้นทะเลาะกันเพราะเกี่ยงกันเปลี่ยนน้ำตู้ปลา บางรายถูกคำสั่งห้ามเลี้ยงหลังจากการเปลี่ยนน้ำตู้ปลาผ่านไปไม่ถึงครึ่งชั่วโมง เพราะขณะเปลี่ยนน้ำตู้ปลาบริเวณระหว่างที่พักน้ำกับตู้ปลาจะกลายเป็นเขตอันตรายสูงสุดต่อชีวิตของคนแก่และเด็ก รวมทั้งสตรีมีครรภ์ไปในทันที การลื่นหกล้มในบริเวณนี้จะเกิดขึ้นบ่อยมาก&lt;br /&gt;7. เวลา ถ้าคุณต้องออกจากบ้านตั้งแต่ตีห้าครึ่งและกลับถึงบ้านประมาณไม่ถึงสี่ทุ่มดีในวันปกติ วันเสาร์ต้องตื่นสิบโมงเช้าเพื่อนอนชดเชยพอตื่นก็ต้องทำงานบ้านจิปาถะที่ค้างตั้งแต่จันทร์-ศุกร์ แล้วก็ขอแนะนำว่าไปปลูกต้นไม้ดีกว่าเพราะปลาที่คุณเลี้ยงไว้นั้นมันพากันตายหมดแล้ว ก่อนเลี้ยงปลาต้องถามตัวเองก่อนว่ามีเวลาไหม และคนรอบข้างจะยินดีไหมที่คุณจะเลี้ยงปลา เพราะคนรอบข้างนั้นก็คือคนงานของคุณขณะเปลี่ยนน้ำตู้ปลา ถ้าเกิด คนงานสไตรท์ขณะเปลี่ยนน้ำไปได้ครึ่งเดียว ภาระทั้งหมดก็จะอยู่ที่คุณคนเดียวจริงๆ&lt;br /&gt;เมื่อหลัก 7 ประการนี้คุณแก้ปัญหาได้แล้ว คราวนี้ก็เริ่มลงมือเลี้ยงกันได้ สมมุติว่าตู้ปลาจัดตกแต่งเรียบร้อยแล้ว ตำราก็อ่านแล้วมีความมั่นใจ 100% ถุงใส่ปลาถูกแกะออกปลาฝูงแรกถูกปล่อยลงตู้แล้วทุกตัวพร้อมใจกันว่ายเข้าหาที่ซ่อน ไม่ต้องตกใจนั่นเป็นสัญญาณของปลา สักครู่ตัวที่กล้าหน่อยหรือตกใจน้อยหน่อยจะเริ่มว่ายน้ำสำรวจที่อยู่อาศัยใหม่ ตัวอื่นๆก็จะตามมาที่มีนิสัยรวมฝูงก็จะรวมกัน      บางตัวก็ว่ายเที่ยวแล้วแต่ชนิดและนิสัยของแต่ละตัวไม่ต้องให้อาหารวันที่สองเมื่อปลาส่วนใหญ่สงบลงแล้วเริ่มให้อาหารเล็กน้อยเป็นอาหารมีชีวิตได้ก็ดีถ้าไม่มีอาหารเม็ดก็ได้ ให้น้อยๆดูจนกว่าปลาจะกินอาหารเม็ดหมด ทิ้งไว้สัก 2-3 ชั่วโมง ถ้ามีเศษอาหารเหลือก็ให้ตักออกทิ้งไป สัปดาห์แรกผ่านไปคุณจะรู้สึกว่าตัวเองกะประมาณอาหารที่ให้ปลาได้ดีขึ้น อาหารที่ให้ไม่ค่อยเหลือซึ่งจะดีมากน้ำจะใสไม่เสีย ถ้ามีปลาตายก็รีบตักออกไปจากตู้โดยเร็ว สังเกตุด้วยว่าตายสภาพอย่างไร ถ้าครีบขาดรุ่งริ่งแสดงว่ามันกัดกัน แยกตัวที่ก้าวร้าวออกไปใส่ไว้ในตู้พักปลา ถ้าภายในสภาพตัวยังสมบูรณ์ก็เกิดจากหลายสาเหตุ และตายติดต่อกันทุกวันก็ต้องเปิดตำราและถามผู้รู้แล้วละ สัปดาห์ที่สอง-สาม-สี่ ปลาก็จะเริ่มคุ้นกับคุณแล้วละมันจะเริ่มมาหาคุณไม่กลัวคุณ ยิ่งคุณอยู่ดูมันมากเท่าใดมันก็จะยิ่งคุ้นกับคุณมากขึ้นเท่านั้น การสื่อสารระหว่างคุณกับปลาก็จะยิ่งรู้เรื่องกันมากขึ้น แต่คุณต้องไม่ลืมคนที่อยู่รอบข้างคุณนะครับ นานเข้าก็จะมีเสียงบ่นเดี๋ยวนี้ไม่รู้เป็นอะไรมัน(หมายถึงตัวคุณนะครับ) กลับจากเรียน(หรือทำงาน)แล้วก็นั่งขลุกอยู่หน้าตู้ปลาตลอด ถ้าเป็นแบบนี้คุณควรจะห่างจากปลาของคุณไปสนใจคนอื่นบ้าง แล้วหาเวลาช่วงก่อนนอนหรือคนอื่นพักผ่อนกันแล้วค่อยมาดูแลปลาของคุณ โดยสังเกตุปลาทุกตัวทีละตัว คุณจะพบว่ามันโตขึ้นมาก แข็งแรง สุขภาพดี ซึ่งเป็นความปรารถนาของคุณพอทุกอย่างเงียบสงบ คุณจะได้ยินเสียงกระซิบว่า ดูแลสุขภาพด้วยฉันก็เป็นห่วงคุณเหมือนกัน ก็พอดีได้เวลาเข้านอนรุ่งเช้าคุณตื่นขึ้นมาอย่างสดชื่นเพื่อไปเรียนหรือทำงานต่อตามเรื่องของคุณ&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8742902793923485247-1373587567605367056?l=xn--s3cmlvdn6a2a.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8742902793923485247/posts/default/1373587567605367056'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8742902793923485247/posts/default/1373587567605367056'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://xn--s3cmlvdn6a2a.blogspot.com/2009/12/2.html' title='ปลาหมอสี ตอน2'/><author><name>Sangsood7</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11749660460202690354</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='http://2.bp.blogspot.com/_iffXM8pHsuE/SmxIaaOuA7I/AAAAAAAAALA/-2L2AnJLpac/S220/avatar.jpg'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8742902793923485247.post-2555571687045799917</id><published>2009-12-09T04:20:00.000+07:00</published><updated>2009-12-09T04:23:04.813+07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ปลาหมอสี'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='การเลี้ยงปลาหมอสี'/><title type='text'>ประวัติของปลาหมอสี</title><content type='html'>ประวัติของ&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;ปลาหมอสี&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;            &lt;span style="font-weight: bold;"&gt;ปลาหมอสี&lt;/span&gt;เป็นปลาที่กำลังเป็นที่นิยมเป็นอย่างมากของนักเลี้ยงปลาในบ้านเรา แรกทีเดียวก่อนที่จะเข้ามาสู่ตลาดเอเชียนั้น &lt;span style="font-weight: bold;"&gt;ปลาหมอสี&lt;/span&gt;ได้รับความสนใจและนิยมเลี้ยงกันในแถบอเมริกา ยุโรปกันก่อนแล้ว เพราะเป็นปลาตู้ที่เลี้ยงง่าย มีสีสันโดดเด่น สวยงาม และแปลกตา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;            &lt;span style="font-weight: bold;"&gt;ปลาหมอสี&lt;/span&gt;มีถิ่นกำเนิดดั้งเดิมอยู่ตามลุ่มน้ำหรือทะเลสาบในต่างประเทศ มีนิสัยค่อนข้างรักถิ่นฐาน หากมีปลาอื่นบุกรุกเข้ามาในเขตของมัน มันก็จะขับไล่ผู้บุกรุกออกไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สามารถแบ่งตามแหล่งกำเนิดได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ คือ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;            1) กลุ่มโลกใหม่ ( New World )&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;                                &lt;span style="font-weight: bold;"&gt;ปลาหมอสี&lt;/span&gt;ในกลุ่มนี้จะอยู่ในแถบอเมริกา เทคซัสตอนใต้เรื่อยมาจนถึงอาเจนตินาของทวีปอเมริกาใต้ คอสตาริกา นิการากัว เกาะมาตากัสกา เกาะศรีลังกา  ชายฝั่งทะเลตอนใต้ของอินเดีย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;            2) กลุ่มโลกเก่า  ( Old  World )&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;                                &lt;span style="font-weight: bold;"&gt;ปลาหมอสี&lt;/span&gt;ในกลุ่มนี้จะอยู่ในแถบแอฟริกาใต้ ทะเลสาบมาลาวี ทะเลสาบแทนกานยิกา และทะเลสาบวิคตอเรีย แถบแทนซาเนีย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;            ** ซึ่งทั้งสองกลุ่มนี้จะมีความแตกต่างกันในเรื่องของสีสัน อุปนิสัย และลักษณะบางประการ **&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8742902793923485247-2555571687045799917?l=xn--s3cmlvdn6a2a.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8742902793923485247/posts/default/2555571687045799917'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8742902793923485247/posts/default/2555571687045799917'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://xn--s3cmlvdn6a2a.blogspot.com/2009/12/blog-post.html' title='ประวัติของปลาหมอสี'/><author><name>Sangsood7</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11749660460202690354</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='http://2.bp.blogspot.com/_iffXM8pHsuE/SmxIaaOuA7I/AAAAAAAAALA/-2L2AnJLpac/S220/avatar.jpg'/></author></entry></feed>
